Faculty of Medicine | Khon Kaen University
  

ข้อบังคับสมาคมศิษย์เก่า

หมวด 1 บททั่วไป

ข้อ 1 สมาคมนี้ชื่อว่า "สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ขอนแก่น" ใช้อักษรย่อว่า ส.ศ.พ.ข. เรียกชื่อภาษาอังกฤษว่า "Khon Kaen Medical Alumni Association" ใช้อักษรย่อว่า "K.M.A.A."
ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคมเป็นรูปงูพันคบเพลิงและพระธาตุพนมอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม มีชื่อเต็มและชื่อย่อสมาคมเป็นภาษาไทย และตัวเลข พ.ศ. "2529" อยู่ใต้กรอบสามเหลี่ยมตามตัวอย่างที่ปรากฎอยู่ในข้อบังคับนี้
ข้อ 3 สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ สมาคมศิษย์เก่าแพทย์ขอนแก่น ชั้น 3 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 123 ถนนมิตรภาพ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

 

หมวด 2 วัตถุประสงค์

ข้อ 4 สมาคมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
4.1 ส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการและจริยธรรมแก่สมาชิก
4.2 ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาคม และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.3 จัดหาสวัสดิการด้านต่างๆ สำหรับสมาชิก ยกเว้นการฌาปนกิจสงเคราะห์
4.4 ส่งเสริมการดำเนินงานของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4.5 ดำเนินกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์และไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
4.6 สมาคมนี้จะไม่สนับสนุนให้มีการตั้งโต๊ะบิลเลียด หรือสนุ้กเกอร์ในสมาคมนี้แต่อย่างใด

 

หมวด 3 สมาชิก

ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท
5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้ที่เคยผ่านการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 
5.2 สมาชิกสามัญ
     5.2.1 อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
     5.2.2 บุคคลอื่นที่คณะกรรมการบริหารรับรองไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
5.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ผู้ผดุงเกียรติคุณ หรือผู้ที่ให้อุปการะคุณแก่สมาชิก ซึ่งคณะกรรมการบริหารของสมาคมยินดีเชิญให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์
การเข้าเป็นสมาชิก
ข้อ 6   6.1 สมาชิกสามัญและวิสามัญ ต้องลงทะเบียนและเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรกคนละ 50 บาท และเสียค่าบำรุงเป็นรายปีๆ ละ 100 บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) หรือเสียค่าบำรุงตลอดชีพเป็นเงิน 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) ต่อนายทะเบียนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสมาคมพิจารณา เมื่อคณะกรรมการบริหารสมาคมพิจารณารับหรือไม่รับผู้ใดเป็นสมาชิกให้ถือเป็นที่สุด
         6.2 การเปลี่ยนแปลงค่าบำรุง ต้องเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี และจักต้องได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกที่เข้าประชุม
         6.3 เมื่อคณะกรรมการบริหารรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้สมัครและสมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งส่งสมุดข้อบังคับฉบับที่ใช้อยู่ จำนวน 1 ฉบับ และออกบัตรประจำตัวสมาชิก ซึ่งนายกสมาคมและนายทะเบียนลงชื่อกำกับให้ด้วย
         6.4 สมาชิกภาพจะสมบูรณ์ต่อเมื่อผู้สมัครได้ชำระค่าบำรุงตามข้อบังคับเรียบร้อยแล้ว
ข้อ 7 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าบำรุง

 

หมวด 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

สมาชิกมีสิทธิ์ดังนี้
ข้อ 8   8.1 สมาชิกมีสิทธิที่จะขอใช้สถานที่ของสมาคม รับวารสาร หรือข่าวสาร และบริหารต่างๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
         8.2 สมาชิกมีสิทธิใช้ตรายางของสมาคมตามที่สมาคมจำหน่ายให้
ข้อ 9 สมาชิกมีสิทธิที่จะเสนอความเห็นเกี่ยวกับกิจการของสมาคมต่อคณะกรรมการบริหารหรือต่อที่ประชุมสามัญประจำปี และถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะตั้งตัวแทนไม่ได้
ข้อ 10 สมาชิกมีสิทธิเข้าประชุม ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมวิชาการที่สมาคมจัดขึ้น
ข้อ 11 สมาชิกสามัญมีสิทธิได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารสมาคม ตามข้อบังคับของสมาคม
ข้อ 12 สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคม และลงมติอื่นๆ ได้โดยที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้คนละหนึ่งคะแนน
ข้อ 13 สมาชิกมีสิทธิขออนุญาตต่อคณะกรรมการบริหารสมาคม เพื่อไต่ถามเกี่ยวกับกิจการของสมาคมเพื่อตรวจดูเอกสาร ทะเบียนสมาชิก บัญชี หรือทรัพย์สินของสมาคม ณ สำนักงานของสมาคมได้ในเวลาอันสมควร
ข้อ 14 สมาชิกสามัญจำนวนหนึ่งในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือมีจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน มีสิทธิ์ที่จะร่วมกันเสนอให้คณะกรรมการบริหารของสมาคมเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ ถ้าคณะกรรมการบริหารสมาคมไม่เรียกประชุมภายในระยะเวลา 30 วัน ให้นายทะเบียนผู้มีอำนาจอนุญาตตั้งสมาคม มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้
สมาชิกมีหน้าที่ดังนี้
ข้อ 15   15.1 สมาชิกมีหน้าที่ชำระค่าบำรุงตามข้อบังคัลของสมาคม
           15.2 สมาชิกมีหน้าที่ปฎิบัติตามข้อบังคับ และระเบียบของสมาคม
           15.3 สมาชิกมีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนในกิจกรรมต่างๆ ของสมาคม
           15.4 สมาชิกผู้ใดย้ายตำบลที่อยู่ เปลี่ยนนามสกุล หรือยศต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลาอันสมควร

 

หมวด 5 การขาดจากสมาชิกภาพ

ข้อ 16 สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพเมื่อ
           16.1 ตาย
           16.2 ลาออก โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงคณะกรรมการบริหารผ่านนายทะเบียนของสมาคม
           16.3 ต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แต่ยกเว้นความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือเมื่อสมาชิกถูกเพิกถอนอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมตลอดชีวิตหรือประพฤติตนเป็นปรปักษ์ หรือนำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม
           16.4 ขาดการชำระค่าบำรุงสมาคมตามข้อบังคบของสมาคม ผู้ขาดจากสมาชิกภาพด้วยเหตุผลดังกล่าว มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกได้อีกเมื่อได้ชำระค่าบำรุงและหนี้สินที่ค้างให้เสร็จสิ้น
           16.5 คณะกรรมการบริหารมีมติให้ลงชื่อลาออกจากสมาชิกภาพ

 

หมวด 6 การดำเนินงานของสมาคม

ข้อ 17 การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ให้อยู่ภายใต้การจัดการของคณะกรรมการบริหารของสมาคม
ข้อ 18 คณะกรรมการบริหารของสมาคมประกอบด้วยกรรมการซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจำนวน 18 คน และคณะกรรมการซึ่งนายกสมาคมตั้งตามข้อ 20 อีกไม่เกิน 9 คน
ข้อ 19 คณะกรรมการบริหารเป็นผู้เลือกนายกสมาคมจากกรรมการบริหาร
ข้อ 20 นายกสมาคมมีสิทธิเลือกสมาชิกสามัญอื่นๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหาร
้ข้อ 21 คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการบริหารเชิญสมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดทีเห็นสมควรเข้าเป็นกรรมการบริหารแทนจำนวนที่ขาด แต่กรรมการที่เข้ารับตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เทียบเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนเองเข้ามาแทน
ข้อ 22 นอกจากตำแหน่งนายกสมาคมแล้ว คณะกรรมการบริหารจะต้องจัดให้กรรมการบริหารดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้
        22.1 อุปนายก
        22.2 เลขาธิการ
        22.3 เหรัญญิก
        22.4 นายทะเบียน
        22.5 วิชาการ
        22.6 ประชาสัมพันธ์
        22.7 ปฎิคมและสวัสดิการ
        22.8 ตำแหน่งอื่นๆ ที่คณะกรรมการบริหารสมาคมเห็นสมควรให้จัดตั้งขึ้น
ข้อ 23 นายกสมาคมจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ
ข้อ 24 กรรมการบริหารแต่ละคนย่อมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระ เมื่อ 
        24.1 ขาดจากสมาชิกภาพตามข้อ 16
        24.2 ลาออก
ข้อ 25 การลาออกจากตำแหน่งให้กระทำต่อที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารเป็นลายลักษณ์อักษร 
คณะกรรมการบริหารมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
ข้อ 26 คณะกรรมการบริหารของสมาคมมีหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมและตามมติที่ประชุมใหญ่มีอำนาจวางระเบียบขึ้นใช้โดยไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และข้อบังคบของสมาคมลงมติรับและเพิกถอนสมาชิก แต่งตั้งบรรจุหรือปลดเจ้าหน้าที่ประจำสมาคมได้
ข้อ 27 นายกสมาคมมีฐานะเป็นหัวหน้า และมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารกิจการของสมาคม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหาร และในที่ประชุมใหญ่ มีอำนาจเพิกถอนกรรมการบริหารที่แต่งตั้งขึ้นโดยความเห็นของคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 28 อุปนายกมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคม และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือเมื่อนายกสมาคมไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อนายกสมาคมได้ขอร้องให้อุนายกทำหน้าที่แทน
ข้อ 29 เลขาธิการมีหน้าที่จัดงานสารบรรณทั่วไป เว้นแต่เกี่ยวกับงานเหรัญญิกและงานทะเบียน ดังนี้
        29.1 ติดต่อกับสมาชิก บุคคล องค์การทั่วไป
        29.2 ดำเนินการตามที่นายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมมอบหมายให้
        29.3 นัดประชุมคณะกรรมการบริหาร ประชุมใหญ่ และประชุมวิชาการตามคำสั่งของนายกสมาคม หรือตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
        29.4 จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหาร และการประชุมใหญ่ประจำปี
        29.5 ทำรายงานประจำปี
        29.6 ดูแลเจ้าหน้าที่ของสมาคม
ข้อ 30 เหรัญญิก มีหน้าที่ควบคุมการใช้จ่ายของสมาคม รับ - จ่าย และรักษาเงิน รวมทั้งทำบัญชี รับ - จ่าย หนี้สิน และเอกสารการเงินของสมาคม ทำบัญชีการเงินรายเดือน งบดุล งบประมาณประจำปี เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 31 นายทะเบียนมีหน้าที่รับสมัครสมาชิก จัดทำทะเบียน และประวัติสมาชิก รับแจ้งการลาออกของสมาชิก
ข้อ 32 วิชาการ มีหน้าที่ดังนี้
        32.1 ติดตามความก้าวหน้าทางด้านวิชาการเป็นระยะๆ และเผยแพร่ให้กับสมาชิก
        32.2 จัดการอบรมฟื้นฟูความรู้แก่สมาชิกและผู้สนใจ
        32.3 จัดเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนโดยร่วมมือกับหน่วยราชการ องค์การต่างๆ และสื่อมวลชน
ข้อ 33 ประชาสัมพันธ์มีหน้าที่จัดทำข่าวสารและวารสารของสมาคม รวมทั้งเผยแพร่ผลงานของสมาคม
ข้อ 34 ปฎิคมและสวัสดิการ มีหน้าที่ดังนี้
        34.1 ดูแลรักษาสถานที่ และทรัพย์สินของสมาคม
        34.2 ให้การต้อนรับและความอำนวยความสะดวกแก่สมาชิก และแขกรับเชิญ
ข้อ 35 ตำแหน่งอื่นๆ มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนดขึ้น

 

หมวด 7 การประชุม

ข้อ 36 การประชุมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

        36.1 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
        36.2 การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี
        36.3 การประชุมใหญ่วิสามัญ
        36.4 การประชุมวิชาการ
ข้อ 37 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
        37.1 ให้คณะกรรมการบริหารของสมาคมปรึกษาหารือกิจการของสมาคมปีละไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ให้เลขาธิการเป็นผู้เรียกประชุมตามความเห็นชอบของนายกสมาคมหรือกรรมการบริหารตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
        37.2 องค์ประชุมทุกครั้งต้องมีกรรมการบริหารเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานหรือผู้ทำหน้าที่แทนไม่อยู่ให้เลือกประธานชั่วคราวในการประชุมนั้น
ข้อ 38 การประชุมคณะกรรมการบริหาร
        38.1 ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไ่ม่น้อยกว่า 7 วัน และมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิก หรือไม่น้อยกว่า 100 คน ทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุมได้ ให้มีระเบียบวาระ ดังต่อไปนี้
               38.1.1 นายกสมาคมแถลงผลงานในรอบปี
               38.1.2 เหรัญญิกเสนองบดุลซึ่งผู้ตรวจบัญชีของสมาคมได้รับรองแล้ว
               38.1.3 เสนองบประมาณ
               38.1.4 เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารใหม่ตามวาระ (ถ้ามี)
               38.1.5 เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
         38.2 มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 39 การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีให้เรียกประชุมได้ ดังนี้
         39.1 คณะกรรมการบริหารของสมาคมเห็นสมควรด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
                39.1.1 สมาชิกสามัญไม่น้อยกว่า 50 คน แสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อเลขาธิการสมาคมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ถ้าสมาชิกมาประชุมไม่ครบตามจำนวน 50 คน ให้ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
                39.1.2 ให้เลขาธิการสมาคมเป็นผู้นัดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้สมาชิกทราบถึงวัน เวลา และสถานที่พร้อมทั้งส่งวาระการประชุมให้สมาชิกทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน
ข้อ 40 การประชุมคณะกรรมการบริหารการประชุมใหญ่ให้นายกเป็นประธานของที่ประชุม ถ้านายกไม่อยู่ให้อุปนายกเป็นประธานแทน ถ้านายกและอุปนายกไม่อยู่ คณะกรรมการบริหารของหรือที่ประชุมใหญ่เลือกประธานตามแต่จะเห็นสมควร

 

หมวด 8 การเงินและบัญชี

ข้อ 41 สมาคมมีรายได้จาก
        41.1 เงินบำรุงจากสมาชิก
        41.2 เงินค่าลงทะเบียนจากกิจกรรมต่างๆ
        41.3 เงินบริจาคและเงินอุดหนุนสมาคม
        41.4 เงินได้จากดอกผลของทรัพย์สินของสมาคม
        41.5 เงินได้จากดอกผลของทรัพย์สินอันเกิดจากกิจกรรมใดๆ ที่สมาคมจัดขึ้น
ข้อ 42 ให้นายกสมาคมและเหรัญญิก รับผิดชอบในทรัพย์สินและการเงินของสมาคม เหรัญญิกจัดให้มีบัญชีทรัพย์สินและการเงินของสมาคมตามหลักบัญชีให้เป็นการถูกต้องและทันต่อเวลาอยู่เสมอ
ข้อ 43 ให้เหรัญญิกมีอำนาจถือเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนเงินของสมาคมนอกเหนือจากจำนวนที่เหรัญญิกถือไว้ต้องฝากธนาคาร หรือบริษัทเงินทุนที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรในนามของสมาคม ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายต้องมีนายกสมาคมหรืออุปนายกร่วมกับเหรัญญิก ได้ในวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท ถ้าเกินกว่านี้จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
ข้อ 44 ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญเลือกผู้สอบบัญชีของสมาคม 1 คน ถ้าตำแหน่งผู้สอบบัญชีว่างลงด้วยประการใดก็ตาม ให้นายกสมาคมเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปีในระยะเวลาใกล้ชิดกัน หรือเมื่อผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบและรับรองบัญชีงบดุลประจำปีเรียบร้อยแล้ว นายกสมาคมจะไม่เรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้
ข้อ 45 การแก้ไขข้อบังคับจะทำได้ต่อเมื่อรับมติอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ และได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกที่มาประชุม โดยมีสมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า 10 คน หรือคณะกรรมการบริหารของสมาคมเป็นผู้เสนอ เสนอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 30 วัน และให้เลขาธิการส่งสำเนสขอเสนอไปให้สมาชิกผู้ออกเสียงไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนการประชุมใหญ่

 

หมวด 9 การเลิกสมาคม

ข้อ 47 การเลิกสมาคมให้กระทำได้โดยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมดลงมติให้เลิก หรือนายทะเบียนอนุญาตให้ตั้งสมาคมสั่งให้เลิก และเมื่อสมาคมต้องเลิกล้มด้วยเหตุใดๆ ให้ทรัพย์สินที่เหลือตกเป็นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อให้ประโยชน์แก่คณะแพทยศาสตร์

 

หมวด 10 บทเฉพาะกาล

ข้อ 48 ให้คณะกรรมการก่อตั้งสมาคมตามท้ายข้อบังคับนี้ที่อยู่ในตำแหน่งในวันที่จดทะเบียนดำรงตำแหน่งและปฎิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคม การเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคมให้กระทำแล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันจดทะเบียน
ข้อ 49 ผู้สมัครเป็นสมาชิกไว้กับคณะกรรมการก่อตั้งสมาคมทุกประเภท ก่อนวันจดทะเบียนเป็นสมาชิกของสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ขอนแก่น


© Faculty of Medicine Khon Kaen University , Establish 2515